Friday, October 31, 2008

Darren 7 month



Crawling all over the place



Red spot on the forehead ( right hand side )




Now Darren is climbing all over the place, he fell down from the stairs and hit his head hard on the railing. He cried hard but get over it quick. Dady need to get the gate up.

You got me all worried when I heard you cried. Luckily you don't have a bleeding head. Just a little bruise. You came down hard even Daddy was asleep he woke up because of the loud noise when you hit the floor.

Now you are crawling on your hands and knees, going forward and backward very well and moving quicker.
You are not strong enough yet to balance the weight of your heavy head, but you move around quick enough to keep me busy. You like playing " Pee-ka-Boo" and now you are more active and babbling, Tryng out consonant sounds like " ba - ba " Then some sound combinations like
" mom -mom"
You seem be able to tell the difference between some words. You love to look at your own image in the mirrow and pat your reflecion on the glass. Oh !! What happen to my baby he has change so much.




You love to look at the camera often will post for me.


First suite for the winter of 2008


You start to gain control of your environment now. You want to involved in everything. Including feeding yourself.
I thought I had all night sleeping thing figured out, but you excitement at exploring the world, teething, may rousing you . You waked up a few time a night and cried hard . It's definitely hard to turn back the hands of time when I have grown used to the luxury of a decent night's sleep.

You can support your entire weight on your legs, and you likes lap bouncing. You push yourself up into a sitting position using your harms very well. You can sit by yourself for a long time and can prvot from side to side to reach for toys.


Darren's Development this month


- Crawling faster

- Sit up more stayble

- Start to stand up by pull the couch or the crib

- Get stronger on legs and arms

- Start to say the first word was Mom Mom

- Make some interesting noise, Use the tongue to make the sound



พัฒนาการปกติ เดือนที่ 7 “ สำรวจโลกใกล้ตัว”


จากช่วง 6 เดือนแรก ที่ดูเหมือนจะเพิ่งผ่านไป และดูเหมือนลูกจะเพิ่งทำอะไร ได้ไม่เท่าไร พฤติกรรมของลูกกำลังจะเปลี่ยนไปอีก เขาจะเริ่มมีบทบาท และแสดงออกมากขึ้น ในตอนนี้ลูกจะนั่งเองได้นานขึ้น และกำลังฝึก ที่จะทรงตัวลุกขึ้น ขึ้นมานั่งเองโดยใช้มือยัน และต่อมา จะนั่งได้ดีพร้อมกับการใช้มือทำสิ่งต่างๆ โดยไม่ต้องคอยเอามือยันตัวอีกต่อไป


เมืออายุครบ 7 เดือนเต็ม เด็กบางคน จะเริ่มคลาน หรือคืบไปมาได้ดีขึ้น ช่วงนี้จะมีอุบัติเหตุตกเตียง ตกเก้าอี้ได้ ถ้าคุณไม่ได้ระมัดระวังพอ เด็กแต่ละคน อาจมีท่าทางในการคลานหรือคืบต่างกัน แล้วแต่ความถนัด และในบางราย อาจจะชอบให้คนอุ้มมากกว่า และเลือกที่จะไปเกาะยืน และเริ่มหัดเกาะเดิน ในช่วงที่โตกว่านี้
ลูกควรได้รับโอกาสให้ได้สำรวจสิ่งต่างๆ และได้เรียนรู้โดยตนเองบ้าง เด็กอาจจะดูพะวักพะวงว่า เขาอยากจะออกนอกห้อง ไปดูสิ่งอื่นๆ ที่น่าตื่นเต้น หรือควรจะคอยดูคุณแม่ ที่อยู่ในห้องดี ถ้ามีเสียง หรือการเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้นมาล่อ


เขาก็จะพยายามไปยังที่นั้นๆ แต่พอนึกขึ้นได้ ก็จะรีบหันกลับมาหาคุณแม่อีก เพื่อที่จะให้แน่ใจว่า คุณยังอยู่ ไม่ได้หนีหายไปไหน (Separation anxiety) ตอนนี้ ถ้าคุณจะเดินไปมาในบ้าน ในขณะที่เขาอยู่ใกล้ๆ ควรพยายามส่งเสียง ให้เขารู้ว่าคุณยังอยู่ ไม่ได้หายไปไหน เพราะเขาจะคอยเช็คคุณอยู่บ่อยๆ จะได้สบายใจ
ลูกจะเริ่มใช้มือได้ดีขึ้น จะเริ่มเล่น “จับปูดำ ขยำปูนา” และ “ นอย น้อย นอย” ได้ หรือเมื่อคุณทำท่าขอของจากเขา โดยการแบมือขอ เขาจะมอง และทำท่าให้ของแก่คุณ แต่ไม่ยอมปล่อยของออกจากมือ และดึงของกลับคืนไปจากคุณ คุณจะเริ่มรู้ว่า


ลูกถนัดมือซ้ายหรือขวา ในช่วงอายุต่อจากนี้ พบว่า เด็กประมาณ 4 ใน 5 คน จะชอบใช้มือขวา ( 80% ถนัดขวา) เขาจะชอบใช้มือหยิบของ และส่งผ่านไปยังอีกมือหนึ่ง (transfer) กลับไป กลับมา เขาจะสาละวน กับการเคาะของ, ทุบ, เขย่า, ตี, บีบ, โยน, กลิ้ง ฯลฯ ของที่อยู่ในมือ เพื่อสังเกตดูปฏิกิริยาของสิ่งต่างๆ
ลูกจะยังชอบเล่นเสียงต่างๆ ยกเว้นแต่


ตอนที่กำลังหมกมุ่นทำอะไรเองจนเพลินไป ก็จะเงียบไปชั่วครู่ คุณจะพอรู้ได้ว่า ลูกกำลังทำเสียงแสดงความสุข, ตื่นเต้น, กลัว,ไม่ชอบ หรือโกรธอยู่ เขาจะชอบเลียนเสียงพูดของคุณ และจะเริ่มเข้าใจคำว่า “ไม่” ที่คุณพูดกับเขา จากการฟังน้ำเสียงที่คุณพูดออกมา โดยการหยุด หรือทำท่าแบะจะร้องไห้ เมื่อได้ยินคุณพูดว่า “ไม่”
ลูกจะเริ่มเข้าใจคอนเซปต์ ของการคงอยู่ของของ หรือคนได้ดีขึ้น แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นมันอยู่ต่อหน้า เขาจะเริ่มมองหาของ ที่เขาทำตกลงบนพื้น และกลิ้งหายไปจากสายตาของเขา และจะแสดงท่าดีใจ หรือจำได้เมื่อเห็นแม้เพียงส่วนของของเล่น ที่เขาชอบซ่อนอยู่ใต้ผ้า และมีเพียงบางส่วนของของชิ้นนั้น ยื่นโผล่ออกมาให้เห็น

ลูกจะเริ่มเข้าใจคอนเซปต์ง่ายๆ ของความสัมพันธ์ระหว่างการทำสิ่งหนึ่ง แล้วเกิดอีกสิ่งหนึ่งขึ้นมา เช่น เขาจะสามารถเห็นของเล่น ที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าได้ โดยการดึงผ้าออก เขาก็จะเห็นของเล่นนั้น และสามารถคลานเข้าไป หาของเล่นได้

ซึ่งคอนเซปต์ 2-3 อย่าง ที่กล่าวถึงนี้ เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับลูก ที่จะเริ่มเข้าใจเรื่องต่างๆ ต่อไป คุณสามารถเล่น “จ๊ะเอ๋” หรือ เล่นซ่อนของใต้ผ้าให้เขาลองหาดู ซึ่งจะเป็นสิ่งที่สนุกมากสำหรับเขา
ช่วงนี้คุณยังต้องระวัง เรื่องอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ง่าย เช่น ในการอาบน้ำ แม้ลูกจะนั่งได้เองแล้ว และชอบนั่งเล่นน้ำในอ่าง

เวลาอาบน้ำให้ ก็อย่าได้ปล่อยให้เด็กเล่นน้ำเอง เพราะแม้น้ำในอ่างจะไม่ลึกนัก แต่ก็อาจเกิดการจมน้ำ สำลักน้ำได้เสมอ และเด็กเองจะยังช่วยเหลือตนเองไม่ได้เลย เมื่อเกิดอันตรายขึ้น

เรื่องการนอนก็จะดีขึ้น จะหลับได้นานขึ้นในเวลากลางคืน และการทานอาหารก็จะดีขึ้น แต่อยากให้คุณพ่อคุณแม่ พยายามเข้าใจลูกด้วยว่า เขาจะยังไม่มีคอนเซปต์ ของการทานอาหารให้เรียบร้อย ตามเวลา หรือทานจนหมดชาม อย่างที่ผู้ใหญ่ต้องการ ลูกยังจะทานเมื่อเขาหิว แม้ว่าจะเริ่มดูเป็นมื้อได้มากขึ้น จึงควรให้โอกาส และเวลาที่ลูกจะได้ ทานอาหารอย่างมีความสุข ( Enjoy eating)

จะดีกว่าการพยายามยัดเยียด หรือกะเกณฑ์ ให้เขาต้องทานอาหารได้มาก เท่านั้นเท่านี้ ให้หมดในเวลาที่กำหนดโดยผู้ใหญ่ เพราะถ้าลูก ”เกิดเกลียดหรือกลัว” การทานอาหารขึ้นแล้ว เขาจะเริ่มอมข้าว หรือแหวะออกมา เพื่อต่อต้านการป้อน และบางครั้ง ถึงขั้นร้องไห้เมื่อเห็นคุณ หรือพี่เลี้ยงถือชามข้าวมาป้อนเขา ฉะนั้น ไม่อยากให้คุณซีเรียส กับเรื่องการทานอาหารของลูกมากนัก

โดยทั่วไปแล้ว เด็กที่แข็งแรง อารมณ์ดี เล่นได้สนุก จะสามารถทานอาหารได้มากเอง แต่ก็ไม่ใช่ว่า จะต้องทานได้ดีทุกมื้อ ทุกวันไปตลอด และถ้ายิ่งเวลาไม่สบาย ก็อาจจะทานได้น้อยลงบ้างเป็นธรรมดา
เด็กบางคนเมื่อมีฟันขึ้น (teething) โผล่พ้นเหงือก (ฟันหน้าซี่ล่าง) อาจจะงอแง หรือมีน้ำลายไหลมากขึ้น เด็กบางคน อาจมีการเจ็บป่วยบ้าง เช่น ท้องเสีย หรือมีไข้ ที่ทางคนไทยเชื่อว่าเป็นจากการยืดตัว ขออย่าได้เข้าใจว่า การเจ็บป่วยนี้นั้นเป็นจากการขึ้นของฟัน

และไม่ได้เอาใจใส่ดูแลใกล้ชิด เพราะที่จริงแล้ว ถ้าลูกมีท้องเสียรุนแรง หรือไข้สูงนั้น มักจะเป็นจาก การติดเชื้อในร่างกาย ไม่ได้เกิดจากการขึ้นโผล่พ้นเหงือกของฟัน เพราะการเจริญเติบโตของฟันนั้น ก็เหมือนกับการงอกยาวของเล็บ และเส้นผม หรือการเติบโตของกระดูกส่วนอื่นๆ ในร่างกาย ซึ่งเป็นไปตามเวลา และอายุของเขา คุณควรนึกถึงปัญหาการติดเชื้อ ซึ่งควรพบแพทย์ เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง จะปลอดภัยกว่า

ช่วงนี้ลูกจะทำเสียงซ้ำๆ เช่น “ปาปา” “มามา” “ดาดา” แต่เขาอาจจะยังไม่ได้หมายถึง “แม่ หรือ พ่อ” อย่างที่คุณดีใจ ยังต้องการเวลาอีกหลายสัปดาห์ ก่อนที่ลูกจะเข้าใจความหมายของ คำว่า “แม่” อย่างแท้จริง และคนๆ นั้นก็คือ คุณคนเดียวเท่านั้นได้มีโอกาสฝึกฝนการทรงตัว


Mom.

Thursday, October 30, 2008

Darren 6 month old











The first summer together. You are more fun than ever, always in a good mood.



Enjoying a sunny day August , 2008. You are getting cuter everyday.




Second vaccination at 6 months.
You did so well this visit, no fever when we got home.





Time goes by fast. A lot is happening to my baby. Eyes, brain, and body continue to grow. Dramatic changes in size and weight. Paying more attention to light , shadow, and shading of colors.


You still can't do much by yourself. You're learning how to sit up. I support you, and sometimes your back is against my body. Right now you do a lot with your hands like clasping them together. You also like grabbing something and banging it on a hard surface.


You sleep longer at night, sometimes 2 naps during the day. I am able to predict you very well now. You are very fussy when you get sleepy or tired.

When I place you on your tummy you try to reach for a toy, and usually figure out a way to scoot over and reach it. It was fun watching you try something new every month. You're rolling over more often from back to front, and back to front.

I feed you solid foods 2 times a day, morning and evening. The menu is changing and at this point I feed you more fruits and vegetables. I usually feed you one had boiled egg a day mix with some meat and vegetables.

I want to make sure you get everything for the brain and body . I find myself truly enjoying this stage of parenthood. You're getting cuter everyday. Your emotional expressions. showing more personality. I feel bonded with you very firmly.
You love to played " Pee- ka- Boo" and " Superman " you love to laugh when we do this.




Darren's development this month.


- Turn immediately to the voice from across the room


- Have more control of the head, hands , legs

- Sitting up

- Smile when people talk to you

- Cutting teeth.

- Putting everything in the mouth

พัฒนาการปกติ เดือนที่ 6 “เริ่มเรียนรู้โลกภายนอก”


ในวัยนี้เป็นการเรียนรู้โลกภายนอก พัฒนาการของเด็กแต่ละคน จะมีความหลากหลาย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่หลายคน อาจจะรู้สึกว่าลูกของตน ทำอะไรไม่ได้เท่ากับเด็กคนอื่นๆ ที่อายุไล่เลี่ยกัน ทั้งนี้เพราะเด็กแต่ละคนจะมีความสนใจ และความสามารถที่แตกต่างกันบ้าง


แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การที่ลูกทำอะไรอย่างหนึ่งได้ช้ากว่าเด็กคนอื่น (แต่อาจจะทำบางอย่างได้ดีกว่าคนอื่น) จะเป็นเครื่องบอกว่า ลูกจะมีพัฒนาการช้ากว่า เนื่องจากขึ้นอยู่กับสิ่งเร้าที่มากระตุ้น และการเลี้ยงดูเด็กในตอนนั้น


ในช่วงนี้ลูกจะเริ่ม “คืบ” ไปได้พอควร ส่วนใหญ่จะเข้าเกียร์ถอยหลัง ก่อนที่จะไปข้างหน้า และด้วยความอยากรู้อยาก เห็นอันเป็นธรรมชาติของเด็ก ก็จะทำให้เขาอยากออก “ไปเที่ยว” โดยการทำท่าทาง ให้คนอุ้มเขารู้ว่า เขาอยากจะไปข้างนอกแล้ว ซึ่งในแต่ละช่วง ลูกอาจจะคิดค้นเทคนิคใหม่ๆ ออกมาได้เอง
คุณพ่อคุณแม่ ที่มีเวลาอยู่กับลูกมาก


จะสามารถสังเกตเห็นวิวัฒนาการของลูกได้โดยง่าย ลูกจะชอบทำท่าเหมือน วิดพื้น เพื่อออกกำลังแขน และเรียนรู้การทรงตัว เช่นกันเมื่อจัดให้เขาอยู่ในท่านั่ง ก็จะเริ่มนั่งเองได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะยังต้องการการช่วยประคอง มิฉะนั้นก็จะค่อยๆเอนลงไปข้างหน้า หรือข้างข้างได้ เนื่องจากจะยังไม่สามารถทรงตัวได้ดีนักนั่นเอง


ลูกจะชอบให้อุ้มจับยืน และจะชอบคว้าของที่เขาสนใจ ซึ่งจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ ผลัดตกได้ง่าย ในตอนนี้ควรให้โอกาสเขาได้อยู่บนพื้นที่นุ่ม เช่นเบาะนวม ฯลฯ เพื่อให้เขาได้หัดการใช้กำลังกล้ามเนื้อแขนขา และฝึกการทรงตัวของเขาบ้าง จะดีกว่าการอุ้มตลอดเวลา


ลูกจะชอบเอามือที่กำลังจับสิ่งของต่างๆ ขึ้นมาเขย่า โดยจะยังไม่สามารถแยกได้ว่า เสียงที่ได้ยินนั้น เกิดจากการเขย่าสิ่งของ ไม่ใช่เกิดจากมือของเขา และจะพบว่าเด็กบางคน ชอบที่จะคว้าของ และโยน หรือปล่อยลงพื้น ซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อสังเกตดูปฏิกิริยาของของที่ตกลงบนพื้น และคนอื่นๆ ว่าจะมีท่าทางอย่างไร และจะส่งเสียงให้รู้ว่า เขาไม่ยอม ถ้าไม่มีการนำของที่เขาปล่อยลงพื้นนั้นมาคืนเขา หรือมีการนำของนั้นไปเก็บ ซึ่งก็เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของสิ่งของ และคนรอบข้างของลูกวิธีหนึ่ง
การมองเห็น และการใช้มือ และนิ้วเล็กๆ ของลูกจะเริ่มดีขึ้น


เขาจะสามารถมองเห็นของชิ้นเล็กๆ บนพื้นได้ดี แม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถ เอานิ้วหยิบจับมันขึ้นมา เพราะในช่วงนี้ ลูกจะยังใช้มือทั้งมือ และชอบกำของ จะเริ่มจับของสองมือได้ และอาจเริ่มจะสลับของ จากมือหนึ่งไปอีกมือหนึ่ง (transferring things)


ในช่วงนี้ ดูเหมือนเขาจะยังไม่เข้าใจคอนเซปต์ ของการให้ของที่เขามีอยู่ในมือออกไป คุณอาจจะลองเล่นกับเขา โดยการเอาของให้เขา ทีละชิ้น ให้เขากำไว้ทั้งสองมือ พอให้ชิ้นที่สาม เขาจะยังอยากได้ แต่ก็จะไม่ยอมปล่อยของ ที่มีในมือ คุณลองขอ (ทำท่าทาง และพูด “ขอ ๆ”) แล้วดูปฏิกิริยาของเขาว่า จะทำอย่างไร
ลูกจะเริ่มพูดส่งเสียงสูงต่ำได้ หลายโทนเสียง เริ่มจะรู้จักชื่อสิ่งต่างๆ ใกล้ตัว เมื่อคุณเรียกชื่อสิ่งนั้น เขาจะทำท่ามองหาได้ ลูกจะเข้าใจ “ความหมาย”ของสิ่งที่คุณพูด


โดยการเรียนรู้ท่าที และฟังโทนเสียงของคุณ ฉะนั้นเขาจะทำหน้าตา และท่าทางตอบสนอง ต่อเสียงเรียกของคุณหรือเสียงดุ ได้แตกต่างกัน

ช่วงนี้ลูกจะดูเหมือนมีอารมณ์หงุดหงิด หรืออาละวาดบางครั้ง ถ้ามีสิ่งไม่ถูกใจเขา และเช่นกัน ก็อาจจะหยุดร้อง กลายเป็นยิ้มได้ทั้งน้ำตา เมื่อมีอะไรที่น่าสนใจ น่าตื่นเต้นมาหลอกล่อ เบนความสนใจของเขา จากเรื่องเดิม

ลูกจะชอบสำรวจคุณ โดยการเอามือมาแตะหน้า แตะปากคุณ เวลาที่คุณอุ้มเขา และจะเหมือนชวนคุณเล่นกับเขาด้วย โดยการทำเช่นนี้ ลูกกำลังเรียนรู้คอนเซปต์ที่ว่า คุณคือตัวคุณ และเขาเป็นตัวเขา ไม่ใช่คนๆ เดียวกันอีก
เด็กจะชอบเล่น “จ๊ะเอ๋” หรือ การเล่น “ซ่อนหา” อย่างง่ายๆ เมื่อคุณทำท่าจะเดินห่างจากเขา ลูกจะเริ่มทำท่าทาง หรือส่งเสียงเรียก ให้คุณต้องกลับมาหาเขาใหม่ และเมื่อคุณเดินหายไปจากสายตา ลูกจะยังคงมอง และคอยให้คุณโผล่กลับมาหาเขาอีก

ในช่วงนี้ ลูกจะชอบทานอาหารเด็กที่คุณป้อน และจะเริ่มทานได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ลูกทานนมน้อยลง ทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลกลัวว่า ลูกจะไม่โต อีกทั้งการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัว ก็จะไม่มากเท่าในช่วง 4 เดือนแรก ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนเครียด และพยายามยัดเยียด ให้ลูกทานนมมากขึ้น หรือบางรายกลับลดข้าวตุ๋นที่ให้ลูกลง ซึ่งไม่ควรทำดังนั้น เนื่องจากข้าวที่คุณตุ๋นให้นั้น จะมีคุณค่าทางโภชนาการ และแคลอรี่เพียงพอ ดังนั้นลูกจะไม่เกิดการขาดอาหารอย่างแน่นอน

คุณสามารถให้อาหารเสริมแทนนม 1 มื้อ เมื่อครบ 6 เดือน (ยังต้องระวังการสำลักอาหารหรือ ติดคอ และระวังเรื่องการแพ้อาหารบางอย่าง เช่น อาหารทะเล และไข่ขาวอยู่)

ในช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคน จะคอยเปรียบเทียบลูกของตน กับเด็กคนอื่น และเกิดความกังวล ในเรื่องต่างๆ เช่น “ทำไมฟันยังไม่ขึ้น”, “ทำไมยังไม่เกาะยืน” ฯลฯ ซึ่งเด็กในวัย 6 เดือนนี้ ส่วนใหญ่จะยังทำไม่ได้
ซึ่งอยากจะให้คำแนะนำว่า พัฒนาการของเด็กที่นำมากล่าวในที่นี้ เป็นเกณฑ์เฉลี่ย ของเด็กโดยทั่วไป แต่สำหรับเด็กแต่ละคนแล้ว แม้ว่าจะเกิด วัน เดือน ปี เดียวกัน (แม้แต่ลูกแฝด) ก็ไม่ได้หมายความว่า จะต้องมีการพัฒนาได้เท่ากัน และเด็กแต่ละคน ก็มีความชำนาญในการทำสิ่งต่างๆ ได้แตกต่างกันด้วย



Mom.

Darren 5 month old



Grandpa Ben worked on Daddy's truck

Grandma helped us take care of you



You love to look at a colorful book or toy. When I read the baby book to you most the time you seem interested and listen.










When you sit upright I support with a pillow. Your body is more erect and less floppy than last month. When you lay on your belly, you briefly lift your chest up by pushing up on your hands and forearms

It's beginning
to feel like every day you have
new baby tricks!. It's like you getting your act together.

You often grab your feet and bring them to the mouth for sucking and gnawing. You lock your knees and stand upright when I support you in standing position.

Your vision is improving now. You focus up close
and at a distance. You watch me as I leave the room, and I notice you trying to follow me with your eyes. You reach out to grab and taste everything in sight. You grip is getting stronger, your ability to reach out is getting better.

You can grab at toys hanging over your bouncy seat or under your play gym when you are on your back. Sometime I heared you trying out different sounds. I also discover you intensely watching my mouth and love looking at the mirror with a lot of attention by patting it as if to say " Who's that cute ba-bee ???

You slept better than ever this month. I put you down about 6:30 and hear from you again around 4:00 or 5:30 in the morning. What a good boy to give me a good nights rest .

Grandma Namcy and Grandpa Ben came up from California. This is Grandpa's first time seeing you. Second time for Grandma. They were here for almost 2 weeks. They helped us take care of you and your brother.

We are not going out very much anymore since we had you. It's nice sometime to have someone watching you so mom and dad can go out for a date.

Darren's development this month.

-Sitting up, but still needing a little support

-Rolling over from from to back to tummy

-Turning around when someone calls your name

- Better vision

- Learned how to put feet in the mouth

- More control of legs and feet


พัฒนาการปกติ เดือนที่ 5 “ พลิกตัวคล่อง”


ลูกควรจะมีน้ำหนักตัวประมาณ 2 เท่าของแรกเกิดเมื่ออายุ 4-5 เดือน ซึ่งในช่วง 4 เดือนแรกนั้น เด็กจะโตเร็ว และมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น เฉลี่ยเดือนละ 800 – 1,000 กรัม แต่หลังจาก เข้าเดือนที่ 5 น้ำหนักจะเริ่มขึ้นช้าลง โดยอาจจะเพิ่มประมาณ 500-600 กรัม ต่อเดือน และต่อมา จะเหลือเพียง 200-400 กรัม ต่อเดือน หลังจาก 6 เดือนไปแล้ว

ลูกควรจะพลิกตัวคว่ำหงายได้คล่อง และชอบที่จะอยู่ในท่านั่ง มากกว่าท่านอน ลูกจะเริ่มใช้มือร่วมกับสายตาที่มองเห็นสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น จะเริ่มจับสิ่งของ บางครั้งจะกำของแน่นด้วยมือทั้ง 2 ข้าง และชอบที่จะเอาของต่างๆ ใส่เข้าไปในปากเพื่อเรียนรู้ ลูกจะยังไม่เข้าใจถึงความสัมพันธ์ ระหว่างสิ่งของที่เห็นอยู่ต่อหน้ากับสิ่งของที่ถูกซ่อนไว้ แม้ว่าลูกจะมองเห็นว่าคุณซ่อนของชิ้นนั้นต่อหน้าเขา

ลูกจะชอบที่จะพบปะผู้คน จะส่งเสียงต่างๆ ได้อย่างน่ารัก และยังชอบทำท่าทางเลียนแบบคนที่กำลังเล่นกับเขา ลูกจะทำเสียงสูง เสียงต่ำ และเริ่มออกเสียง ที่พอจับความหมายได้ เช่น คำว่า “ดา” “มา” ท่าทีที่คุณตอบสนองต่อการส่งเสียงของเขา จะเป็นสิ่งกระตุ้นให้ลูกสนุก กับการส่งเสียงต่างๆมากขึ้น ซึ่งช่วงนี้ ก็เป็นโอกาสในการตรวจเช็คการได้ยินของลูกไปด้วย เพราะความสามารถในการพัฒนาการด้านภาษานั้น จะขึ้นกับการได้ยินเสียงต่างๆ โดยเฉพาะเสียงพูดของคนรอบข้าง

อาหารที่ลูกทาน ก็มีความสำคัญ เพราะในช่วงนี้ จะพบว่าปริมาณของธาตุเหล็ก ที่มีสะสมมาในตอนแรกเกิด จะเริ่มลดน้อยลง จากการที่ลูกมีอัตราการเจริญเติบโตที่เร็ว ดังนั้นควรให้นมที่มีธาตุเหล็กเสริม (ซึ่งนมทารกส่วนใหญ่ที่มีขายในท้องตลาด ก็มีการเสริมธาตุเหล็กอยู่แล้ว)
และในทารกที่เลี้ยงด้วยนมมารดา อาจต้องการธาตุเหล็กเพิ่ม จากอาหารเสริม และการให้รับประทานไวตามิน ที่มีธาตุเหล็ก (ควรปรึกษาแพทย์ ก่อนพิจารณาการให้ธาตุเหล็ก) ลูกจะทานอาหารได้ดีขึ้น แต่ในการเลือกชนิดอาหารที่จะป้อนลูก ยังต้องระวังเรื่องการแพ้สารอาหารบางชนิด จึงยังต้องคอยเอาใจใส่เสมอ บางครั้งลูกจะมัวแต่สนใจที่จะเล่น
ทำให้การป้อนอาหาร ใช้เวลานานมาก และบางครั้งก็จะเริ่มอมข้าว ในรายที่ทานอาหารได้ดี จะเห็นว่าการทานนม จะน้อยลงบ้าง ซึ่งเป็นปกติ ทั้งนี้เพราะในอาหารของลูก ที่คุณป้อนนั้นจะมีคุณค่าทางโภชนาการ และมีปริมาณของแคลอรี่ และสารอาหารที่ครบถ้วนอยู่แล้ว

หลังจากนี้ไม่นาน เด็กบางคนจะเริ่มแยกแยะระหว่างคนที่เขาคุ้นเคย กับคนแปลกหน้า ทำให้เขาเริ่มกลัว หรืร้องไห้ เมื่อเจอคนแปลกหน้า ที่เรียกว่า “stranger anxiety” ลูกจะต้องการเวลาสำหรับทำความคุ้นเคย และสังเกตคนแปลกหน้า ที่เริ่มเข้ามาอยู่ใกล้เขา ถ้าคนๆนั้นไม่มีท่าทีที่จะเป็นอันตราย
หรือตรงเข้ามาหาเขาทันที ให้เวลาให้ลูกได้ยอมรับเขา ลูกก็จะไม่เกิดความกลัว แต่ถ้าคนๆนั้นทำเสียงดัง หรือมีท่าทางที่จะทำให้ลูกตกใจ ก็จะเกิดการร้อง หรือกลัวขึ้นทันที ดังนั้นควรที่ผู้ใหญ่คนอื่นๆ ที่จะเข้ามาหาคุณพ่อคุณแม่ ในขณะที่อยู่กับลูก จะเข้าใจ และพูดคุยกับคุณโดยไม่ทำท่าให้ความสนใจเด็กมากนัก เพื่อให้เด็กได้เกิดความวางใจก่อน จึงค่อยเล่นกับเด็กทีหลัง

นอกจากนี้ ลูกเริ่มที่จะทำอะไรได้หลายอย่างขึ้น คุณจึงควรเตรียมตัว ที่จะสอนให้เขารู้ถึงกฎเกณฑ์บางอย่างที่ง่ายๆ ได้ เพราะลูกพอจะรู้ จากการสังเกตสีหน้าท่าทาง และน้ำเสียงของคุณว่าคุณ “ชอบ” หรือ “ไม่ชอบ” ในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ ซึ่งต้องอาศัยเวลา, ความเข้าใจ และความสม่ำเสมอ ในการฝึกฝนอีกสักพักใหญ่ ก่อนที่เด็กจะเรียนรู้ว่า อะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ ของการอบรมเลี้ยงดูลูกในอนาคต อย่างที่เรียกว่า “Discipline” นั่นเอง

Mom.

Wednesday, October 29, 2008

Darren 4 month old




Trip to Valdez




You like to look at the mobile













We had a party for them. I invited all my friends. Over 15 prople showed up we had a good time.














This month you seem more coordinated. You can keep your head steady, and you make swimming movements with your arms and legs. You love bathtime and love splashing water when your Dad gives you a bath.

You now begin to recognize and become attached to the voices and faces of familiar people . Waving your arms, Opening your eyes wide and breathing faster, showing excitement.





Grandmother ( Yupin ) and Grandfather ( Sornchai ) came over from Thailand. They were here for 2 weeks. They shaved your head. In Thailand when the baby is 3 months old, their head is shaved and the parent or monk puts the hair in the river or ocean. We went to Chena Hot Springs and took a trip to Valdez. We had a party for them,





I started feeding you solid food. The first menu was Rice cereal and Sweet Potato.
with Orange juice. You did good for the first time. The way you ate it surprised me that you might become a big boy like your Dad.






You rolled over for the first time... Wowwwwwwwwwwww. My baby rolling over. It might be an accident or not I don't know. Your hands are a great interested to you.

You play with your fingers and look at each hand separately. You now reach for things and put it in your mouth.





Darren's development this month



- Looking at people and responding,

- Follow me with your eyes

- Rolling Over.

- Using arms and legs.




Mom.
























Tuesday, October 28, 2008



Darren 3 month old
















You are having yout first vaccinations this month. You did better than I thought and only cried a little bit. But after we got home you were hot and fussy for a little while.

You are more social with me, daddy, and your brother. We all take turns holding you when you cry.
Your kicks seem stronger now. Hard to change a diaper. Getting good at standing and holding.

You are in the swing.





















My baby seems to have more "sparkle" than ever before! I notice your expressions of joy. You smile at me and I can see the spark of recognition in your eyes.

I am so proud of youand how far we've come together . I'm learning to read your expressions and body language because that's the qway you tell me what you want.

You're cry when you're hurngry, hot, cold , wet, or get bored. It is a challeng but we have a lot of fun, especially when you don't pull my hair. When you play on the floor it's interesting to watch you stretch and reach for toys. You will raise your chin and shoulders up straight ahead. You can use your arms with a lot of strength now.

You slept better all the time. This month you probably sleep about 14 hours per day, which is not too bad. We rock you to sleep.

You seem more alert and recognize people more and more.


Darren's development this month.

- Start to smile a lot more when I talk to you

-Start to kicks

-Have a good control on your hands and head

-Recognize my voice and turn your head to me

-Grabing toys and learn to use your hands is power


พัฒนาการปกติ เดือนที่ 3 “ กำลังน่ารัก”

ตอนนี้คุณแม่คงพอจะมองออกแล้วว่า ลูกจะมีลักษณะนิสัยเป็นอย่างไร เด็กจะเริ่มแสดง “บุคลิก” ของเขาให้เห็น และการแสดงออก เพื่อตอบสนองต่อสิ่งต่างๆของเขานั้น ก็จะเริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้นจากเดิม ที่จะเป็นไปตามความต้องการพื้นฐานเบื้องต้นเท่านั้น การมีสิ่งเร้ามากระตุ้นเด็กที่เหมาะสม จะช่วยในการพัฒนาของลูก จากเดิมที่เมื่อลูกตื่น จะต้องการให้อุ้มและป้อนนม ก็จะเริ่มเป็นว่าเขาต้องการให้คุณคุยกับเขา เล่นกับเขา และจะเริ่มไม่ยอมเมื่อถูกทิ้งให้เล่นคนเดียว ลูกจะชอบมากที่มีคนมาพูดคุยด้วย ได้เห็นคุณทำท่าสั่นหัว ตบมือ หรือแม้แต่แลบลิ้น ทำหลอกเล่นกับเขา

ลูกจะเริ่มเล่นเสียงต่างๆมากขึ้น การได้ยินเสียงดนตรี หรือเสียงที่น่าสนใจ จะช่วยทำให้เขาหยุดร้องเมื่อยามที่กำลังงอแง และจะมีท่าทีตอบสนองโดยส่งเสียงอ้อแอ้ตอบบ้าง เมื่อใกล้ 4 เดือน ลูกจะชอบทำเสียงคุยอ้อแอ้ อืออา เมื่อมีคนมาคุยด้วยได้นานพอควร บางครั้งอาจนานถึง 20 นาที ถ้าเขามีอารมณ์ดี

ช่วงนี้เด็กจะเริ่มหันหาเสียงที่ได้ยินดีขึ้น และเสียงคุยที่อ่อนโยนนุ่มนวลของคุณแม่ จะกระตุ้นให้เขาส่งเสียงโต้ตอบได้ดีกว่าเสียงที่ดังหวือหวา

ลูกจะมองตามคุณแม่ที่เดินไปมาอยู่ต่อหน้าเขาได้ดีขึ้น ช่วงเดือนที่ 3 นี้ลูกจะยังชอบกำมือ และอมมืออย่างอร่อย แต่ในเวลาไม่นาน ลูกก็จะเริ่มรู้จักเปิดมือ และเริ่มคว้าจับ ลูกจะลองใช้นิ้วมือ ลองขยับนิ้วเล่น และยกมือขึ้นมามอง จะเริ่มจำสิ่งต่างๆได้มากขึ้น และแสดงท่าทีดีใจ เมื่อได้เห็นสิ่งที่เขาชอบ โดยเฉพาะเวลาที่เห็นคุณแม่ เวลาที่คุณอยู่กับลูก เช่น เวลาอาบน้ำ, ขณะเปลี่ยนผ้าอ้อม หรือป้อนนม

ก็ควรพยายามพูดกับลูกเสมอๆ ด้วยเสียงอ่อนโยนนุ่มนวล ด้วยคำสั้นๆ โดยการเรียกชื่อของส่วนต่างๆของร่างกายของลูก เช่น “ ยกแขน” ขณะที่คุณกำลังจับแขนลูก ฯลฯ แม้ว่าลูกจะยังไม่เข้าใจสิ่งที่คุณพูดนัก แต่ก็จะเป็นการสอนให้ลูกรับรู้โทนเสียง รู้จังหวะของการสนทนา และความหมายกว้างๆของคำนั้นได้

เมื่อคุณประคองตัวลูกขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง ลูกจะชันคอได้ดีขึ้น แต่ยังต้องคอยจับไว้ไม่ให้ล้ม เมื่อวางนอนคว่ำ เขาจะพยายามยกหัวและหน้าอกให้พ้นพื้นได้ช่วงสั้นๆ เวลานอนหงายอยู่เขาจะเริ่มใช้มือปัดป่ายไปมา และเอามือทั้ง 2 ข้างมาเล่นด้วยกันได้

จากนี้ไปคุณควรเตรียมที่จะจัดให้ห้องลูก และบริเวณที่จะให้เด็กอยู่เป็นส่วนใหญ่ ให้เป็นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก (Babyproofing area) พยายามให้ทำความสะอาดได้ง่าย ไม่มีของที่อาจเป็นอันตรายอยู่ใกล้ๆ เช่น กระติกน้ำร้อน, น้ำยาทำความสะอาดพื้น, เครื่องแก้วที่แตกง่าย หรือ ของที่มีขนาดเล็กๆ ที่เด็กอาจจะเอาเข้าปากได้ง่ายๆ เช่น ยาเม็ดของผู้ใหญ่, เม็ดกระดุม, ของเล่นที่อาจมีชิ้นส่วนเล็กๆ ที่อาจหลุดเข้าปาก ทำให้สำลักลงปอดได้ เพราะอีกไม่นาน ลูกจะสามารถพลิกตัวหรือคืบไปจนถึงสิ่งเหล่านี้ และอาจเกิดอันตรายได้

ในช่วงนี้ แม้ว่ากิจกรรมต่างๆของลูกดูเหมือนจะเริ่มเป็นเวลา ที่เหมือนจะแน่นอนขึ้น แต่ก็พบว่า บางครั้งอาจไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ถ้าเขาง่วงมาก อาจหลับไปเลย หรืออาจจะงอแงกวนอยู่พักใหญ่ ทำอะไรให้ก็ไม่เอา แต่ก็ขอให้เข้าใจ และให้จัดเวลาทำกิจกรรมต่างๆ อย่างสม่ำเสมอเหมือนเดิมในแต่ละวัน ซึ่งจะช่วยให้เขาปรับตัวได้ดีกว่าการเปลี่ยนกิจกรรมไปมา จนลูกสับสนคาดเดาไม่ได้ว่าจะทำอะไรต่อไป อีกไม่นานเขาก็จะเข้าที่ดีกว่านี้

ในเวลากลางคืน ลูกจะเริ่มนอนได้นานขึ้น แต่ก็ยังจะมีการตื่นขึ้นมาทานนมบ้าง สักมื้อหนึ่ง หรืออาจจะตื่นมากวน พลิกตัวไปมา เหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่น คุณไม่ต้องคอยกังวล และพยายามรีบเข้ามาอุ้มลูก ป้อนนม หรือกล่อมลูก เพื่อให้เขาได้หลับเหมือนเมื่อก่อน เพราะบางครั้งลูกจะดูเหมือนตื่น แต่ก็สามารถหลับต่อได้เองในเวลาต่อมา

คุณสามารถช่วยฝึกลูก ให้เขาจัดระเบียบการนอน การตื่น ได้ดีขึ้น โดยในช่วงกลางวันเมื่อเขาตื่น ให้พยายามทำบรรยากาศให้สดใส น่าสนใจ ชวนลูกคุย เล่น หรือพาออกจากเตียงของเขาเพื่อให้เขาตื่นนานขึ้นในตอนกลางวัน

และเมื่อถึงเวลานอนตอนกลางคืน ก็พยายามปรับสภาพแวดล้อม ให้อยู่ในความสงบ สร้างบรรยากาศในการนอน เช่น ให้ไฟในห้องไม่สว่างนัก ไม่มีเสียงดังจากทีวี หรือโทรศัพท์คอยกวน ไม่ชวนลูกคุยหรือเล่นในเวลากลางคืน เพื่อให้ลูกค่อยๆเรียนรู้ว่ากลางคืน มืด เงียบ ต้องนอน ปรับอุณหภูมิในห้องให้เย็นสบาย และอาจจะป้อนนมก่อนนอน พร้อมกับการเปลี่ยนผ้าอ้อมใหม่ให้ เพื่อให้เขาได้หลับอย่างสบาย และอาจรวมถึงการกล่อมลูกให้นอนอย่างที่คุณถนัดด้วย

มาถึงตอนนี้คุณแม่และลูกก็จะรู้ใจกันมากขึ้น คุณรู้ได้ว่าท่าทางและการร้องของเขานั้นหมายถึงอะไร และคุณควรจะทำอย่างไรให้เขาสบาย และอบอุ่นที่มีคุณอยู่ใกล้ๆคอยดูแลเขา เขาจะเริ่มมีความไว้วางใจในสิ่งรอบข้าง ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีต่อบุคลิกภาพ และอารมณ์ของเขา


Mom.

Darren 2 month old

\





You are 2 month old now everything is pretty much the same as last month.
This month your hair is getting long their are stick up very high. It's not surpriseing me cause you were born with a lot of hair.


I took you in for hair cut at the shop Pranee cuted your hair she did a very good job she gave you a flat top. You were a good boy you sat still not even cry at all.

I thought it made you look a little older but Daddy like it. However it look better than it was before.


I start to put you up to sleep on your crib. I have to swaddle you up tightly this way you sleep a little longer but waking up a few time at night still.

I feeling a little bit tired sometime because not much sleep at night. It fun to watch you growing up every day getting to know you . Finally you are here with me after carried you around for 9 month getting everything ready for your arrival .

Daddy and I we helping each other to paint your room. That was my first time painting.

The color I picked it turn out very nice when we are finish. Daddy put together all the baby equipment we work as a term work.

Hope one day when you're grow up you know how much we love you the little one.
This month you geains to open up to the world around you a little. You more awake and aware time grows even longer. Sometime I catch you looking around you seem intrigued by my face when I talk to you. Stare up at me while you are nursing spend time briefly gazing at your hand. You becomes more sociable also discover more clues. I can see some of your personality


Darren's development this month



-Interesting more about things around you such as noise or faces

-Smile ( social smile) when you see me ( sometime )

- Start to make some noise like Auuu !!

-Turn your head

-following object



พัฒนาการปกติ เดือนที่ 2 “ สนใจสิ่งรอบข้าง”


พอเข้าเดือนที่ 2 คุณแม่จะรู้ใจลูกได้ดีขึ้น การป้อนนม การขับถ่าย เริ่มจะเป็นระบบระเบียบมากขึ้น แต่บางครั้งก็ยังอาจมีรายการ “ผิดคิว” ได้บ้าง
ลูกจะสามารถแสดงออกทางอารมณ์ให้คุณรับรู้ได้มากขึ้น เขาจะเริ่มแสดงสีหน้าที่มีความสุข ชอบไม่ชอบได้บ้าง ในช่วงนี้ จะเริ่มเห็น รอยยิ้มอย่างมีความหมายของลูกได้ (Social smile)

เมื่อเขาเห็นคุณแม่ เด็กจะยิ้มทักทายหรือยิ้มตอบ เด็กจะปัดป่ายแขนขาของเขาไปมาได้ดีขึ้น เป็นการออกกำลังของเขา


ระบบประสาทเกี่ยวกับการได้ยิน และการมองเห็น เริ่มจะมีการทำงานสอดคล้องกัน (coordination) ลูกจะหยุดฟังเสียงที่คุ้นเคย และกลอกตาไปทางที่มาของเสียงนั้น ลูกจะเริ่มทำเสียงอืออาในคอ โดยเฉพาะเมื่อมีคนคุยด้วย ลูกจะมองตามสิ่งที่เคลื่อนไหวช้าๆอยู่ตรงหน้า โดยจะทำได้ในแนวราบจากข้างหนึ่ง ไปอีกข้างหนึ่งได้ก่อน แล้วจึงค่อยเป็นในแนวดิ่ง จากบนลงล่าง หรือจากล่างขึ้นบน


ในช่วงนี้ลูกจะชอบดูดมือเวลาหิว และชอบที่จะมีอะไรอยู่ในปากเสมอๆ เชื่อว่าการทำเช่นนี้ เป็นการที่เด็กจะเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างใกล้ตัวเขา และรวมไปถึงส่วนต่างๆของร่างกาย (โดยเฉพาะมือ) ของเขา ไม่ควรจะไปคอยดึงเอามือเด็ก ออกจากปากไม่ให้เขาได้ดูด เพราะจะเป็นการไปห้ามการเรียนรู้ของเขา และทำให้เขาเครียดและหงุดหงิด


ส่วนการจะให้เด็กได้ดูดมือต่อไปนานๆ หรือ ให้เป็นหัวนมปลอมแทนหรือไม่นั้น คุณควรจะปรึกษาแพทย์ เพื่อให้ทราบถึงข้อดีข้อเสียก่อนตัดสินใจ ในช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่ที่รู้สึกว่า ไม่ค่อยได้นอนเต็มอิ่ม เพราะต้อง


คอยตื่นมาป้อนนมลูก ทุก 3 ชั่วโมง ก็จะรู้สึกว่าเริ่มสบายขึ้น เพราะลูกในวัยนี้ จะเริ่มมีการนอนที่ยาวขึ้น แต่ส่วนใหญ่ก็ยังจะตื่นมาให้ป้อนนมอยู่


โดยทั่วไปเมื่อเด็กมี น้ำหนักตัวประมาณ 5 กก. เศษ ขึ้นไป เด็กบางคนอาจหลับได้ติดต่อกันเกือบตลอดคืน โดยไม่ตื่นขึ้นมากวนเลย คุณแม่ไม่จำเป็นต้องปลุกลูกขึ้นมาป้อนนมเหมือนช่วงเดือนแรก ด้วยความห่วงกลัวว่า เขาจะหิว หรือได้นมไม่พอ กลัวลูกจะไม่อ้วน ควรให้เขาได้นอน ตามที่เขาต้องการจะดีกว่า


เมื่อนอนคว่ำ ลูกจะเริ่มยกศีรษะขึ้นได้เองบ้างชั่วครู่ และเมื่ออุ้ม ก็จะสามารถชันคอได้ดีกว่าก่อน ส่วนการจัดท่านอนให้ลูกนั้น โดยทั่วไป แนะนำให้นอนหงาย เนื่องจากมีรายงานว่า ในทารกที่นอนคว่ำ มีความเสี่ยงในการที่จะเกิดการเสียชีวิตของเด็ก โดยไม่ทราบสาเหตุ ที่เรียกว่า Sudden Infant Death Syndrome (SIDS) ได้มากกว่า คุณพ่อคุณแม่ อาจจะกังวลว่า การนอนหงายเสมอๆ อาจทำให้รูปศีรษะแบนไม่สวย ซึ่งก็จะสามารถช่วยได้ โดยการให้เด็กนอนตะแคงตัวซ้ายขวา สลับกันบ้าง และจัดหาหมอนหนุนไหล่ หรือศีรษะที่เหมาะสม


คุณพ่อก็มีบทบาทสำคัญ ในการช่วยกันดูแลลูก เพราะคุณพ่อและคุณแม่ จะมีวิธีการตอบสนอง หรือการเล่นกับลูกที่แตกต่างกัน การที่คุณพ่อช่วยดูแลลูกนั้น เป็นการสร้าง “สายใยแห่งรัก” ของครอบครัว ให้แน่นแฟ้นขึ้น


ในบางเวลา คุณอาจจะคิดไปถึงอนาคต อาจจะรู้สึกไม่แน่ใจว่าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่นี้ เหมาะสมหรือไม่ เพราะดูลูกก็ยังเล็กมากเหลือเกิน แต่หมอก็อยากจะบอกว่า ไม่มีอะไรจะมีค่า มากกว่าความรักและความเอาใจใส่ ที่คุณพ่อและคุณแม่มีต่อเขา

ประสบการณ์ต่างๆ ที่คุณได้จากการเลี้ยงลูก จะช่วยให้คุณทั้งสอง มีวุฒิภาวะมากขึ้น และเข้าใจการใช้ชีวิตคู่มากขึ้น คุณจะเริ่มเรียนรู้การเปลี่ยนแปลง จากสภาวะคู่รักอันหวานชื่น กลายเป็น คู่ชีวิต ที่จะมีความสุขและทุกข์ร่วมกันไปตลอด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะเป็นรากฐานอันสำคัญ ในอนาคตของลูก





Mom.

Darren 1 month old

































After getting to know each other now you are 1 month old already. Time just goes by fast. The first month is tough for me because you still not sleep on any schedule, and I have to adjust my routine to fit the new schedule as well.

I still have a lot to learn about how to take care of you. Everything is new for me. You're getting progressively stronger. But you are still having trouble balancing. You easily flop over from a sitting position if not supported.

The first couple nights we slept on the living room floor. I had to put you in a swing to sleep because you not sleep anywhere else. You wake up every 2-3 hours at night time for feeding. It was so hard ,but it's our job to make sure you are taken care of.

Daddy told me I needed to move to sleep in the bedroom so it would be more comfortable. Daddy was a great help.

Taking care of me and the baby. Making me breakfast and dinner, and doing housework too, so I have more time to recover and bond with you.
Grandmother came from California and helped out with you as well. Giving me some time to nap during the day, how nice it felt .
I really appreciated everything that she has done for us. Grandma had a trick to sooth you to sleep. She swaddled you snugly and rocked you to sleep.
You are gaining more head control and move your head around more to look at things when lying on your belly.


Darren's development this month


- Starting to make eye contact.

- Have a fake smile when you are asleep.

- Sleep more during the day and wake up a lot more at night.

- Like to fall sleep during nursing.




Mom.

Monday, October 27, 2008

The day you were born



The first night in the Hospital




Dr. Browrick




After you are clean





The First time I saw your face



Today is the good day that mommy will start writing a blog for you.
Darren was born on March 4, 2008. 7 pound 2 oz. 7:20 p.m. I was in labor only a few hours, everything went good .


You were born 2 weeks before due date. The first time I saw you face I cried so hard, and it was a most wonderful moment, more than I can explain. Only a mother could know.


You came out so perfect and healthy. Daddy cut the cord, and he was in there with me the whole time, for both of us. I promised to myself that I will take good care of you. As much as a mother can do for her son. As long as I am living my baby, you will be.




Let me give you this song ..." The first time ever I saw your face"

The first time ever. I sa your face. I thougt the som rose in your eyes and the moon and the stars were the gifts you gave to the dark and the endless skies my love

The first time ever I kissed your mouth I felt the earth move through my hand like the trembling heart of a captive bird that was there at my command my love

The first time ever I lay with you and felt your heart so close to mine the first time ever I saw your face your face, your face.





วันนี้เป็นวันแรกที่แม่จะเขียนบันทึกให้ลูกชายของแม่ หนูเป็นของขวัญที่มีคุณค่ามากสำหรับแม่ หนูเป็นลูกชายคนแรกของแม่ ตอนแม่คลอดหนูแม่ยังนึกอยู่เลยว่า ทำยังไงแม่ถึงจะเลี้ยงหนูให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้าได้

ตอนนี้แม่รู้แล้วว่าแม่ควรจะทำอย่างไร แม่จะดูแลหนูให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนนึงจะทำได้ จะให้ความรักและเอาใจใส่หนูให้มากๆ แม่อยากจะบอกหนูว่าแม่รักหนูมากที่สุด และหนูจะเป็นลูกของแม่ตลอดไปตราบเท่าที่แม่ยังมีลมหายใจอยู่ ไม่ว่อะไรจะเกิดขึ้น แม่จะเป็นกำลังใจให้ลูกเสมอ


Mom.